พลังจิตมีจริงหรือไม่บนโลก

Psychic

พลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของมนุษย์ เต็มไปด้วยความละเอียดซับซ้อน มนุษย์มีประจุไฟฟ้าขั้วบวก – ขั้วลบ มีต้นกำเนิดของพลังอันให้ประโยชน์มากมาย หากแต่มนุษย์หลายๆ คนกลับไม่สนใจและไม่เรียนรู้ที่จะนำมาใช้ เพราะคิดว่าตนเองไร้ซึ่งพลัง อำนาจ ที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น

พลังจิต คือ คลื่นความถี่ของความคิด เป็นคลื่นไฟฟ้าประกอบด้วยพลังบวก , ไฟฟ้าพลังลบ อันเกิดจากต่อม Pineal Gland ซึ่งอยู่บริเวณสมองตอนบน เมื่อมนุษย์คนใดก็ตามคิด เจ้าต่อมนี้ก็จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น เจ้าคลื่นตัวนี้จะมีพลังมากหรือพลังน้อยก็ขึ้นอยู่กับ กระบวนการทางความคิด คลื่นนี้จะล่องลอยอยู่รอบๆ ร่างกายของผู้คิด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณคิดถึงใคร คลื่นนั้นก็จะถูกส่งไปยังผู้รับ และถ้าผู้รับสามารถรับคลื่นนี้ได้ ความคิดเนื้อหานั้นก็จะผุดขึ้นมาทันที หรือรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้นั่นเอง

ในอีกความหมายถึง มันถูกตีความว่าเป็นพลังอำนาจลึกลับ ที่มนุษย์ทุกคนจะมีความสามารถพิเศษนี้ ซึ่งเป็นพลังเหนือธรรมชาติ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการทดลอง ‘ทางวิทยาศาสตร์’ ออกมาเป็นผลอย่างชัดเจนว่าพลังจิตมีอยู่จริงหรือไม่

แต่หลายๆ คนก็มีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนนั้นมีพลังงานอันมหาศาลซ่อนเร้นอยู่ภายในตัว อีกทั้งทุกวันนี้มนุษย์ยังไม่สามารถดึงเอาพลังจิตที่ตนเองมี ออกมาใช้งานได้มากเท่าไหร่ ที่เราใช้กันทุกวันนี้เพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวของพลังจิตทั้งหมดเท่านั้น ‘จิตไร้สำนึก’ มีพลังมากที่สุดในบรรดาการคิดจิตทั้งปวง พลังของจิตไร้สำนึกจึงเป็นพลังอันไร้ขอบเขต ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ในชีวิตของมนุษย์ได้อย่างน่าแปลกใจ ซึ่งก็แปลว่า ถ้ามนุษย์ผู้ที่ฝึกฝนจนมีความสามารถในการดึงเอาพลังจากจิตไร้สำนึกมาใช้งานได้ เขาคนนั้นก็จะเป็นผู้กำหนดความเป็นไปในชีวิตของตนเองได้อย่างเต็มกำลัง ทุกเรื่องราวและทุกแง่มุมของชีวิต แต่สำหรับในประเทศไทย พลังจิตนั้นมักมีการนำไสยศาสตร์เข้ามาผสมผสานจนเป็นเนื้อเดียวกัน แทบไม่เหลือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ใดๆ เลย อีกทั้งผู้ที่อวดอ้างตนจำนวนมากจะเป็นของเก๊เสียมากกว่า

สำหรับคำถามที่ว่า ‘พลังจิตมีจริงไหม’ ผู้เขียนก็คงตอบไม่ได้ มันอาจจะมีจริงเพราะมีผู้ฝึกปฏิบัติสำเร็จ หรือ อาจจะไม่มีจริงเพียงเพราะวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ถ้ามันเป็นเรื่องที่คุณสนใจ ในเวลาว่างคุณอาจลงมือศึกษาและฝึกฝนเป็นงานอดิเรก เพื่อพิสูจน์ความจริงนี้ด้วยตัวเอง เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นการใช้เวลาว่างที่ไม่เดือดร้อนใคร และถ้ามันมีจริงก็ย่อมเป็นผลดีกับคุณอย่างแน่นอน