Aokigahara forest ป่าลึกลับ

Aokigahara-forest

‘ป่า’ นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเดินชมธรรมชาติของใครหลายๆ คนแล้ว แต่บางป่าก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะมันเต็มไปด้วยความลึกลับและน่าขนหัวลุก สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องราวสยองขวัญหรือหลงใหลในประเทศญี่ปุ่น น่าจะเคยได้ยินชื่อ ‘ป่า Aokigahara Forest’ กันมาบ้าง ป่าแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ชื่นชมธรรมชาติอันงดงาม หากแต่มันป่าแห่งการฆ่าตัวตาย และถูกจัดเป็นหนึ่งในป่าสุดเหี้ยนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดึงดูดให้ผู้คนที่หมดอาลัยตายยากกับชีวิต เดินทางมาหาจุดจบของตัวเองมานานหลายทศวรรษ ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบกลางป่าลึกทึบไร้ผู้ใดมารบกวน จึงทำให้ Aokigahara forest กลายเป็นสถานที่สำหรับคนไม่ต้องการมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ความเป็นมาของชื่อ ‘ป่าแห่งการฆ่าตัวตาย’ เริ่มรู้จักกันอย่างกว้างขวางจากนวนิยายของ Matsumoto Seicho นักเขียนชื่อดัง ในปี ค.ศ. 1960 เรื่อง Kuroi Jukai ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับคู่รักซึ่งไปฆ่าตัวตาย ณ ป่าแห่งนี้ นอกจากนี้ Hollywood ยังนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘The Forest’ ในปี 2016 ซึ่งสื่อทั้งหลายล้วนนำเสนอว่าป่า Aokigahara คือ ป่าแห่งการฆ่าตัวตายของแท้

มีการพบศพคนเข้ามาฆ่าตัวตายมากกว่า 100 คน/ปี เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับอัตราการฆ่าตัวตายทั้งในประเทศญี่ปุ่นมีกว่า 2,000 คน/ปี ซึ่งจากตัวเลขที่เราเห็นกันอยู่นี้ จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า…เหตุใดชาวญี่ปุ่นถึงฆ่าตัวตายกันได้อย่างดาย เช่นนี้

เหตุผลมีหลายประการและเหตุหลัก คือ สังคมญี่ปุ่น ได้รับอิทธิพลมาจากวิถีแห่งนักรบ คือ มีความเชื่อว่า มนุษย์สามารถกลับกลายมาบริสุทธิ์จากความผิดทั้งปวงได้ด้วยการฆ่าตัวตาย ดังเช่นเหล่านักรบสมัยโบราณ เมื่อเอาดาบคว้านท้องตัวเองจนถึงแก่ความตายแล้ว ความผิดทั้งหมดก็จะได้รับการให้อภัย ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลหนึ่ง ก็คือ เรื่องปัญหาสังคมต่างๆ ซึ่งปะปนกันไปในสังคม เช่น ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว , อกหัก , โดนรังแก , ล้มละลาย , โดนกลั่นแกล้งเรื่องงาน เป็นต้น ซึ่งการฆ่าตัวตายนี้ได้ครอบคลุมไปถึงทุกช่วงกลุ่มอายุ และยังดำเนินเรื่อยไปจนถึงทุกตำแหน่งหน้าที่การงาน

ปัจจุบันทางการของประเทศญี่ปุ่น มีการปรับปรุงป่าแห่งนี้ ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีกิจกรรมมากมายทั้งกีฬากลางแจ้ง , เดินป่า , ตั้งแคมป์ แน่นอนว่าก็มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอยู่เหมือนกัน แต่ทุกคนที่เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ก็กลับออกมาแล้วเล่าว่า บรรยากาศในป่าเต็มไปด้วยความหดหู่ และเหมือนโดนจ้องมองตลอดเวลา หลายเสียงๆ เห็นพ้องต้องกันว่ามันเป็นป่าน่ากลัวจริงๆ มันมีความรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก เพียงแต่อยากออกไปให้เร็วที่สุด